My Community
2 October 14, 19:25:44 *
Welcome, Guest. Please login or register.

Login with username, password and session length
News:
 
   Home   Help Search Login Register  
Pages: [1]   Go Down
  Print  
Author Topic: วิเคราะห์การเมืองไทยรัฐ : ได้ลุ้นไพ่ที่ถือไว้คุมเชิง  (Read 1361 times)
mod8
Guest
« on: 15 November 07, 10:48:06 »

ได้ลุ้นไพ่ที่ถือไว้คุมเชิง
ไทยรั
 
“ทำไมต้องดีเบต คนที่มาชวนผมเป็นอะไร แค่เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯมา 1 สมัย แต่คนที่ถูกชวนเป็นรัฐมนตรีมาแล้ว 5 หน เป็นรองนายกฯมา 3 หน เป็นผู้ว่าฯ กทม. มาอีก 4 ปี คนอย่างผมไม่ได้สิ้นไร้ไม้ตอก พูดเป็นและคิดเป็น

คนที่มาท้าไม่รู้จักวงการมวย คนที่ต่อยมาหนึ่งหนกับคนที่ต่อยมาตลอดครึ่งชีวิต จะมาท้าให้มาต่อยด้วยกัน มันไม่มีประโยชน์”

อาการเฮี้ยวรายวันของ “ป๋าหมัก” นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน

แหย่แล้วของขึ้นตลอด

และก็เป็นอะไรที่ถนัดอยู่แล้ว กับแผนตีหัวเข้าบ้าน

หลังกวักมือท้าเหยงๆ ล่อให้อีกฝ่ายออกงิ้ว ถึงคิวหลบ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็วางมาดนิ่มๆ พูดเสียงหล่อๆ ปฏิเสธที่จะตอบโต้กับนายสมัคร

อ้างนิ่มๆด้วยประโยคหรูๆ

“ไม่ควรไปเสียเวลากับเรื่องไร้สาระ แต่ควรคำนึงถึงอนาคตของประชาชนและบ้านเมืองมากกว่า”

มวยจับทางง่ายๆ ไม่ยอมเปลี่ยนฟอร์มชกกันเลย

และก็เป็นอะไรที่ปล่อยของต่อเนื่อง จากข่าวทหารล็อบบี้โดดเดี่ยวพรรคพลังประชาชนที่ติดลมบน ล่าสุด นายยงยุทธ ติยะไพรัช สายตรงลอนดอน ปล่อยข้อมูลใหม่สดๆร้อนๆ มีนายพล “พ” ที่พัวพันคดีระเบิด นั่งหัวโต๊ะประชุมร่วมกับ 29 นายพล

สั่งให้หนุนทุกพรรคยกเว้นพรรคพลังประชาชน

แค่นั้นยังไม่น่าตื่นเต้นเท่ากับว่า มีการปล่อยแถวทหารหน่วยรบพิเศษกว่า 1,000 นาย ลงพื้นที่ จังหวัดเชียงราย บุรีรัมย์ หนองคาย ตามประกบคนของพรรคพลังประชาชน

ฉายภาพยุทธการไล่ล่า ตามบี้กันแบบถึงลูกถึงคน

แน่นอนโดยกระแส การเลือกช่วงจังหวะเวลาที่เข้าด้ายเข้าเข็ม ความเชี่ยวในแผนการตลาด แย่งครองพื้นที่ข่าว ต้องยอมรับว่า ข้อมูลลึกๆลับๆแบบนี้ มีคนเชื่อกว่าครึ่ง

เกมจุดพลุได้ผลแน่นอน

แต่อย่าลืมว่า เหรียญก็มีสองด้าน ทางหนึ่งสามารถกระตุ้นคะแนนสงสาร เรียกเสียงเชียร์มวยรองได้ก็จริง

แต่ในมุมกลับ หากความกลัวเริ่มมีมากกว่าความเห็นใจ กลายเป็นความเบื่อ คนดูเริ่มเซ็ง ถ้าเลือกพรรคพลังประชาชนไป ก็เห็นอนาคตอยู่แล้วว่า ปัญหารออยู่ข้างหน้า

หลีกหนีความรุนแรงไม่พ้น วิกฤติบ้านเมืองไม่มีวันจบ

แต้มจะพลิกก็ตรงนี้แหละ

อะไรไม่ว่า ในขณะที่ค่ายพลังประชาชนกำลังสาละวนอยู่กับการวิ่งล่อเป้าทหาร เล่นเกมเอาล่อเอาเถิดกับพรรคประชาธิปัตย์ที่เมืองกรุง

ฐานใหญ่อีสานรูโหว่เบ้อเริ่มเลย

สำรวจรายชื่อมวยของพรรคเพื่อแผ่นดินในพื้นที่อีสาน มีทั้งประเภทหายใจรดต้นคอ ได้ลุ้นเบียด เจาะ สอดแทรก กระจายอยู่ทั่วทุกพื้นที่

โดยเฉพาะจังหวัดอุดรธานี อุบลราชธานี บุรีรัมย์ อำนาจเจริญ ขอน-แก่น หนองคาย ยโสธร หลายเขตที่คนของเพื่อแผ่นดินจัดอยู่ในสถานะตัว ยืนแชมป์

เปิดไพ่วัดแต้มกับพรรคพลังประชาชนกันแบบใบต่อใบเลย

และถึงแม้จะเป็นรองในเรื่องแรงอัดฉีด เค้าหน้าตักสู้ไม่ได้ แต่ต้องไม่ลืมว่า พรรคเพื่อแผ่นดินยังมีไพ่อีกใบที่ถือคุมเชิงอยู่

เป็นไพ่แต้มดี ชื่อชั้นยังขายได้ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เร็วๆนี้แว่วว่า จะได้คิว “พ่อใหญ่จิ๋ว” พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีต นายกรัฐมนตรี หอบหิ้วลูกน้องคนสนิทอย่าง พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ รองหัวหน้า พรรคเพื่อแผ่นดิน

เดินสายฟื้นความหลังพ่อใหญ่แม่ใหญ่ สมัยร่วมปลุกปั้นโครงการอีสานเขียวมาด้วยกัน

“ทักษิณ” กับ “พ่อใหญ่จิ๋ว” คนอีสานติดใจ จำได้อยู่แค่ 2 ชื่อนี้เท่านั้น

ในสถานการณ์ที่คนของพรรคพลังประชาชนได้คะแนนช่วยจากแรงคิดถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

แต่ก็ได้แค่ชื่อ ตัวจริงมาไม่ได้

ในขณะที่พรรคเพื่อแผ่นดินได้ขวัญใจคนเก่าอย่าง “บิ๊กจิ๋ว” มากระตุ้นความทรงจำ ใช้ตัวเป็นๆของพ่อใหญ่ เดินสายฟื้นความหลังกับพ่อใหญ่แม่ใหญ่

ปัดฝุ่นผลงานที่ฝากไว้ในโครงการอีสานเขียวมากระตุ้น จุดขาย

ไพ่ใบนี้ถือไว้ได้ลุ้นก็แล้วกัน.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

 
 
Report to moderator   Logged
mod8
Guest
« Reply #1 on: 15 November 07, 10:57:16 »

วิชาโจร
ไทยรักิเลน ประลองเชิง
 
 
Report to moderator   Logged
mod8
Guest
« Reply #2 on: 15 November 07, 11:03:34 »



หยุมหยิมก็สนุกได้
[15 พ.ย. 50 - 18:21]
 
หลังจากเปิดรับสมัคร ส.ส.ในประเภทสัดส่วนจบลงแล้ว ก็มาถึงคิวของการเปิดรับสมัคร ส.ส.ประเภทแบ่งเขต ซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 12 พ.ย.เป็นต้นมา และจะไปสิ้นสุดในวันที่ 16 พ.ย.

เท่าที่ดูข่าวทางโทรทัศน์และติดตามอ่านทางหนังสือพิมพ์ ก็รู้สึกว่าคึกคักพอสมควรทุกสนามทั่วประเทศ

แต่ในท่ามกลางความคึกคักนั่นเอง ก็มีเสียงสวดสลับฉากขึ้นมาพอเป็นกษัยว่า เพราะ กกต.แท้ๆทำให้เกิดความยุ่งยากขึ้น

เพราะเบอร์ของพรรคต่างๆในเขตต่างๆจะไม่ตรงกัน สุดแต่ว่าใครจะไปจับสลากได้เบอร์ไหน

อันจะเป็นบ่อเกิดแห่งความงุนงงสำหรับประชาชนที่จะกาบัตร เพราะ ส.ส.สัดส่วนเบอร์หนึ่ง ส.ส.ระบบเขตอีกเบอร์หนึ่ง

พูดง่ายๆก็คือ จำยากกว่าการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ที่ว่ากันเบอร์เดียวตลอดในทุกประเภท

ผมก็ขออนุญาตมองในแง่ดีอีกเช่นเคยว่า...เอาเถิด จะด่าก็เชิญด่าให้หนำใจ...แต่ขอให้ด่าทีเดียวแล้วจบ

เพราะถ้าจะมัวมานั่งด่าต่อก็จะเสียเวลาหาเสียงไปเปล่าๆ และอาจจะกินเวลาชี้แจงนโยบายของพรรคไปด้วยอย่างน่าเสียดาย

ไหนๆมันก็เดินมาทางนี้แล้ว ก็คงต้องเดินหน้าต่อไป

พยายามทำความเข้าใจกับประชาชนให้รู้วิธีเลือกตั้ง วิธีกาคะแนน ในระบบใหม่นี้ให้มากที่สุด จะได้ไม่สับสนมากนัก

ทาง กกต.ก็ควรจะหาทางโฆษณาประชาสัมพันธ์บอกกล่าวประชาชนให้มากขึ้น เพราะเป็นต้นคิดเรื่องยุ่งยากสับสนทั้งหมดนี้ขึ้น ก็ต้องหาทางช่วยให้ความสับสนลดน้อยลง

สื่อต่างๆโดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์ที่มีผู้ประกาศเก่งๆ พูดจาคล่องแคล่ว ก็ขอให้ช่วยกันอธิบายให้ประชาชนรับรู้รับทราบถึงวิธีที่จะกาอย่างไม่สับสน

ผมเองก็จะพยายามเขียนถึงเรื่องนี้ เพื่อให้ประชาชนทำการบ้านให้ละเอียดลออว่า จะตัดสินใจเลือกแบบสัดส่วนอย่างไร และเลือกแบบเขตอย่างไร

ร่วมมือกันทุกๆฝ่ายอย่างนี้คงจะช่วยได้ในระดับหนึ่งล่ะน่า

อันที่จริงการทำอะไรยากๆบนกติกาหยุมหยิม แต่ขอให้ทุกฝ่าย ยอมรับและทำตามทุกคนนั้น...บางครั้งก็สนุกได้เหมือนกัน

ผมยกตัวอย่าง “อเมริกันฟุตบอล” ที่มีกติกาเยอะเหลือเกิน เทียบกับฟุตบอลเตะที่เรานิยมแล้ว หยุมหยิมต่างกันเป็นสิบๆเท่า

ตอนหัดดูใหม่ๆ ผมก็ท้อถอย นั่งด่าพึมพำว่า กีฬาอะไรหนอกติกา เยอะจริงๆ

แต่พอดูๆไปเริ่มจำกติกาได้ อันไหนยากนักก็ถามเพื่อนๆที่เขาดูมานานกว่า รู้มากกว่า เราก็ได้ความรู้ไปทีละน้อย

ในที่สุดก็ดูสนุกและได้รสชาติมันส์ๆไปอีกแบบหนึ่ง

การเลือกตั้งของเราก็เช่นกัน แม้จะยุ่งยากสับสนอย่างที่ว่า แต่ค่อยๆคลำกันไป อ่านกฎอ่านกติกากันไป เดี๋ยวก็จับทางได้ และจะสนุกไปเองแหละครับ

พูดแล้วผมก็ชอบใจหนังสือพิมพ์หลายๆฉบับที่พยายามลงรายชื่อ ผู้สมัคร ส.ส.แบ่งเขตวันแรกในหลายๆ จว.

โดยเฉพาะเขตดังๆ จะมีการเปรียบเทียบให้ดูว่า พรรคไหนส่งใคร มีดาวรุ่งดวงใหม่ หรือดาวค้างฟ้าดวงเก่าคนไหนบ้าง

แบบนี้แหละครับที่จะทำให้การเลือกตั้งสนุก เพราะจะทำให้เราอยากติดตาม อยากรู้ผลการชนช้างในสนามเหล่านั้น

เหมือนกับที่เราติดตามกีฬาฟุตบอล หรือกีฬามวยคู่เอกต่างๆ...ได้ตามได้ลุ้น...ความมันส์ก็จะเกิดขึ้นมาเอง

พยายามสร้างบรรยากาศให้มันสนุกว่างั้นเถิด และถ้าทำใจได้อย่างที่ผมว่า ก็คงจะสนุกขึ้นมาบ้างไม่มากก็น้อย

ซึ่งก็คงจะดีกว่าความสิ้นหวัง หรือหมดกำลังใจถึงขนาดหันหลังให้ การเมืองอย่างที่สำนักโพลบางสำนักรายงาน

ยังไงๆเราก็จะต้องอยู่กับประชาธิปไตยไปตลอดกาล ขอให้ยิ้มสู้กันหน่อยครับ

อย่าห่วงเลยเรื่องรัฐธรรมนูญเมื่อเวลามาถึงมันแก้ได้ทั้งนั้น...คราวที่แล้วก็รัฐธรรมนูญเผด็จการ เหมือนกันมาจากระบบ รสช.แท้ๆเรายังแก้ใหม่ได้ทั้งฉบับ กลายเป็นรัฐธรรมนูญที่ยอดเยี่ยมฉบับหนึ่งของประวัติศาสตร์

เสียดายที่เรารักษาไว้ไม่ได้เท่านั้น...แต่ก็เอาเถอะ สักวันหนึ่งเราคงจะแก้รัฐธรรมนูญฉบับที่หลายๆฝ่าย บ่นว่าอัปลักษณ์ฉบับนี้จนได้ล่ะน่า...ขอ ให้พยายามต่อไป และอย่าละความพยายามเสียก่อนก็ละกัน.

"ซูม"

 
 
Report to moderator   Logged
mod8
Guest
« Reply #3 on: 15 November 07, 11:07:29 »

เล่นผิดท่า
ไทยรัการเลือกตั้งครั้งนี้ นอกเหนือจากนักการเมืองและพรรค การเมืองที่ต้องปวดหัวกับกติกาการเลือกตั้งที่ดูเหมือนว่า จะพยายามทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ ทุกอย่างผิดธรรมชาติไปเกือบหมด

ครับ...ประชาชนคนไปใช้สิทธิก็ต้องงงไปด้วยเรื่องเบอร์ผู้สมัครเพราะแต่ละเขตก็ต่างกันไป ไม่ได้ใช้เบอร์เดียวเหมือนครั้งที่ผ่านมา

เอาเป็นว่าง่ายๆ ณ เวลานี้คือ ถ้าจะเลือกพรรคการเมืองไหนเพื่อแสดงความนิยมในตัวบุคคลที่สมัคร ส.ส.ระบบสัดส่วน ก็เลือกพรรค การเมืองนั้นในแต่ละภาค พรรคไหนประชาชนลงคะแนนให้มากโอกาสที่จะได้ ส.ส.ระบบนี้ก็มาก

จำเบอร์ตามที่แต่ละพรรคจับสลากได้ ชอบพรรคไหนก็เลือกพรรคนั้น ทั้งนี้ ต้องดูด้วยว่าในแต่ละภาค 8 ภาคนั้นมีจังหวัดไหนบ้างและพรรคการเมืองไหนส่งผู้สมัครคนใดบ้าง

เลือกตั้งระบบนี้คงไม่ยาก

แต่ระบบ ส.ส.เขตคงจะยุ่งหน่อย เพราะแต่ละเขต แต่ละจังหวัดเบอร์จะต่างกัน แม้เบอร์พรรคจะเหมือนกันหมดก็ตาม ดังนั้น จะเลือกใครพรรคไหนก็ต้องจำเขต จำเบอร์ผู้สมัครและจำเบอร์พรรคด้วย

ขณะเดียวกัน ในแต่ละเขตเลือกตั้งจะมี ส.ส.ต่างกัน คือ 2 คนหรือ 3 คน และผู้ใช้สิทธิสามารถเลือกผู้สมัครคนไหน พรรคไหนก็ได้ ทั้งนี้ สามารถเลือกผู้สมัครได้ตามจำนวน ส.ส.ในเขตนั้น ถ้าเขตละ 2 คน ก็เลือกได้ 2 คน ถ้าเขตละ 3 คน ก็เลือกได้ 3 คน

ก็สรุปกันง่ายๆได้แค่นี้

ปัญหามันอยู่ที่ว่า แต่ละพรรค แต่ละคนต่างก็ไม่สามารถทำโปสเตอร์หาเสียงโฆษณาตัวเองได้ หรือออกสปอตวิทยุ ทีวี หนังสือพิมพ์ ก็ไม่ได้ จะปราศรัยก็ต้องทำในลักษณะจำกัด มิฉะนั้นจะผิดกฎหมายเลือกตั้ง ทุกอย่าง กกต.รับอาสาจัดหา จัดทำให้ทุกอย่าง

ก็ยังไม่รู้ว่า กกต.จะทำได้มากน้อยแค่ไหน พูดง่ายๆหาเหาใส่หัวเสียมากกว่า เพราะจริงๆแล้วเป็นหน้าที่ของพรรคและผู้สมัครเขาทำและรับผิดชอบกันเอง เชื่อเลยว่าการเลือกตั้งครั้งนี้คงจะคึกคักแค่ตอนวันรับสมัครและช่วง ปราศรัยใหญ่เพื่อหาเสียงเท่านั้น

แต่บรรยากาศและสภาพทั่วไปคงเงียบเหงา ไม่ตื่นเต้นอย่างที่ผ่านมา เพราะนักการเมืองก็ต้องระมัดระวังกฎกติกาที่ค่อนข้างจะครอบคลุมกว้างขวาง ขยับอะไรก็ผิดไปหมด

เขาบอกว่า ก็ดีไปอย่างไม่ต้องไปหาเสียง ไม่ต้องไปเดินท่อมๆให้เหนื่อย สู้เตรียมวางแผนหาวิธีการที่แยบยลเพื่อ “ซื้อเสียง” จะดีกว่า

หลักคิดหรือแนวคิดจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้รวมไปถึงกฎกติกาที่ กกต.คลอดออกมาจากรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูก คงมาจากบทเรียนจากรัฐธรรมนูญฉบับที่แล้ว และเอาพฤติกรรมทางการเมืองของรัฐบาลที่ผ่านมาเป็น “ตุ๊กตา” ผสมกับความรู้สึกที่ชิงชังนักการเมือง

“กติกา” ที่ออกมันเลยพิกลพิการปวดเศียรเวียนเกล้ากันทั้งประเทศ

มิหนำซ้ำ กกต.ซึ่งทำหน้าที่ดูแลควบคุมการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรมก็รับมาทั้งแท่ง เอาความเป็นนักกฎหมายวางกรอบกติกาแบบไม่ให้มีรูลอด หรือตีความจนผิดธรรมชาติของการเลือกตั้ง

มิหนำซ้ำ ยังจะปิดปากสื่อห้ามวิพากษ์วิจารณ์อีก วันนี้ กกต.บางคนยังไม่รู้สึกรู้สาอะไร ก็อ้างกฎหมายท่าเดียว ไม่ได้ศึกษาบทเรียน ประวัติศาสตร์ความเป็นมาหรือธรรมชาติการเลือกตั้งเป็นอย่างไร

คิดแต่เพียงว่าจ้องจับนักการเมืองให้อยู่หมัด และอ้างความเป็นธรรมเสมอภาค แต่สุดท้าย กกต.นั่นแหละที่กำลังเริ่มปวดหัวแล้ว คดีฟ้องร้องหรือคดีความจะตามมาอีกเพียบ

ทั้งที่จริงๆแล้วหน้าที่ก็คือป้องกันและจัดการการทุจริต นั่นคือ “หัวใจ” สำคัญ ไม่ใช่เป็นผู้จัดการ แต่มาทำงานภารโรงเยี่ยงนี้

การพิสูจน์ฝีมือก็คือจะจัดการกับการ “ซื้อเสียง” ได้มากน้อยแค่ไหน?

“สายล่อฟ้า”

 
 
Report to moderator   Logged
Pages: [1]   Go Up
  Print  
 
Jump to:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.19 | SMF © 2006-2011, Simple Machines
SMFAds for Free Forums
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
Page created in 0.161 seconds with 21 queries.